|
|
 |
| |
ทะเลไทย
คือพื้นที่อันกว้างใหญ่ไพศาลมากกว่า
350,000
ตารางกิโลเมตร
ประกอบด้วยสองฟากฝั่ง
คือ
ฟากฝั่งทะเลอันดามันและฟากฝั่งทะเลอ่าวไทย
ทะเลฟากฝั่งอ่าวไทยได้รับอิทธิพลลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือจากประเทศ
จีน
ทำให้มีฤดูการท่องเที่ยวตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนถึงเดือนพฤศจิกายน
ส่วน
ทะเลฟากฝั่งอันดามันได้รับลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จากมหาสมุทรอินเดีย
มี
ฤดูการท่องเที่ยวตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนเมษายน
เมื่อรวมทะเลไทยทั้ง
สองฟากฝั่งเข้าด้วยกันจึงทำให้เห็นภาพรวมการท่องเที่ยวทางทะเลของ
ประเทศไทยได้ว่า
สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดปี
โดยผลัดกันฟากฝั่งละ
6 เดือน |
|
|
| |
แหล่งดำน้ำที่น่าสนใจของประเทศไทย
กระจายกันออกไปทั้งสองฟากฝั่งทะเล
โดยแบ่งประเภทออกตาม
ลักษณะความลึกและทรัพยากรธรรมชาติใต้ผืนน้ำ
โดยอาจแบ่งออกได้ดังนี้ |
- แหล่งดำน้ำขั้นต้น
เป็นแหล่งดำน้ำที่อยู่ในแนวน้ำตื้นใกล้ฝั่ง
ได้รับอิทธิพลของมลภาวะบนฝั่งค่อนข้างมาก
น้ำทะเลไม่ค่อยใสนัก
ความลึกของน้ำทะเลตั้งแต่ผิวน้ำไปจนถึงพื้นดินไม่เกิน
100 ฟุต
มีความลาดชันน้อย
แหล่งดำน้ำประเภทนี้ได้แก่
แหล่งดำน้ำในทะเลตะวันออก
พัทยา
เกาะมัน
เกาะช้าง
เป็นต้น
- แหล่งดำน้ำระดับกลาง
เป็นแหล่งดำน้ำที่อยู่ในแนวน้ำที่ลึกขึ้น
อยู่ห่างฝั่งออกไปมากขึ้น
อิทธิพลของชาย
ฝั่งน้อยกว่า
ความขุ่นในของน้ำไม่คงที่
ความลึกไม่เกิน
150 ฟุต
ความลาดชันไม่มาก
แหล่งดำน้ำประเภท
นี้ได้แก่
ชุมพร
กระบี่
เกาะพีพี
ตรัง
กองหินริเชลิว
เป็นต้น
- แหล่งดำน้ำนานาชาติ
เป็นแหล่งดำน้ำที่อยู่ในแนวน้ำลึก
พื้นดินมีความลาดชันสูง
ถัดจากจุดดำน้ำไปไม่มาก
นักเป็นทะเลลึก
ความลึกมากกว่า
200
ฟุตขึ้นไป
น้ำทะเลค่อนข้างใส
แหล่งดำน้ำในลักษณะนี้ได้แก่
หินม่วง
หินแดง
หมู่เกาะสิมิลัน
เกาะเต่า
กองหินโลซิน
เกาะตาชัย
เป็นต้น
|
|
|