อนุสาวรีย์ ยุวชนทหาร

เรามีอนุสาวรีย์ของบุคคลสำคัญ อยู่ทั่วประเทศ เป็นอนุสรณ์ของท่าน ผู้ได้ประกอบคุณงามความดี ให้แก่ชาติบ้านเมืองในครั้งอดีต แต่รูปเหล่านั้นเป็นรูปของ ผู้ใหญ่ทั้งสิ้น อนุสาวรีย์ยุวชนทหารท่านางสังข์ ชุมพร น่าจะเป็นอนุสาวรีย์แรก ที่ประกาศคุณงามความดี ของเด็กนักเรียน

เหตุใดจึงสร้างอนุสาวรีย์ ของยุวชนทหาร ซึ่งเป็นเด็กนักเรียน ? เรื่องนี้เราคงยังไม่ลืมเหตุการณ์ ในวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๔๘๔ กองทัพอันเกรียงไกรของญี่ปุ่น โถมขึ้นประเทศไทย ทางหัวเมืองชายทะเล ลูกหลานไทยตั้งแต่ประจวบคีรีขันธ์ ลงไปจนถึงปัตตานี ต่างจับอาวุธเข้าต่อตีญี่ปุ่น อย่างดุเดือด สามารถหยุดกองทัพญี่ปุ่น ไว้กับที่ได้ จนรัฐบาลอนุญาตให้ญี่ปุ่น เดินทัพผ่านไปทำศึกในพม่าและมาลายู การรบจึงยุติลง

ที่จังหวัดชุมพร มีการสู้รบอย่างหนักหน่วงที่สะพานท่านางสังข์ และที่วัดท่ายางใต้ ซึ่งอยู่ในตำบลท่ายาง อำเภอเมืองชุมพร นอกจากตำรวจทหารแล้ว เรายังมียุวชนทหาร ซึ่งเป็นนักเรียน โรงเรียนศรียาภัย เข้าสู้รบเคียงบ่าเคียงไหล่ กับผู้ใหญ่ทั้งหลายอีกด้วย การสร้างอนุสาวรีย์ จึงสร้างเป็นรูปยุวชนทหาร เพื่อเน้นเป็นพิเศษ ให้เห็นวีรกรรมของเด็ก

สงครามโลกยุติลงแล้ว วีรกรรมของลูกหลานไทย ที่สะพานท่านางสังข์ และวัดยางใต้ ค่อยๆเลือนออกจาก ความทรงจำของผู้คนรุ่นใหม่ หรือคนเพิ่งอพยพ เข้ามาอยู่ใหม่ไม่ทราบ หรือไม่สนใจที่ทราบเรื่องนี้ เวลาล่วงมาอีก๓๐ ปี เช้าวันหนึ่งชายสูงอายุผู้หนึ่ง มายืนดูเจดีย์เล็ก ๆ ที่ริมสะพานท่านางสังข์ ด้วยกริยาอันเศร้าซึม ชายผู้นั้นแขนขวาขาดเหนือข้อศอก ท่านคือ ร้อยโท สำราญ ควรพันธ์ ซึ่งเมื่อ วันที่ ๘ ธันวาคม ๒๔๘๔ มียศเพียง สิบเอก ร่วมกับร้อยเอก ถวิล นิยมเสน (ยศในครั้งนั้น) คุมกำลังยุวชนทหาร โรงเรียนศรียาภัย เข้าห้ำหั่นกับทหารญี่ปุ่น ที่เชิงสะพานท่านางสังข์ พอร้อยเอก ถวิล นิยมเสน ถูกกระสุนปืนข้าศึก ถึงแก่ความตาย สิบเอก สำราญ ควรพันธ์ ผู้นี้ได้อำนวยการรบ แทนผู้บังคับหน่วย จนตนเองถูกกระสุนข้าศึก กระดูกแขนขวาแตกละเอียด แต่ยังกัดฟันสู้อยู่ไม่ยอมถอย จนการรบยุติลง ท่านมีกิริยาเศร้าซึม เพราะทราบว่า นาย ประชุม สุยสิน อดีตยุวชนทหารุ่น ๒๔๘๔ ซึ่งเป็นศิษย์ของท่าน ได้บริจาคเงินซื้อเจดีย์เล็ก ๆ มาวางไว้ พอเป็นนิมิตหมาย ครบรอบปี ก็ทำบุญอุทิศส่วนกุศล ให้ครูทหารและ เพื่อนยุวชนทหาร ที่ล่วงลับไปแล้ว

ร.ท.สำราญฯ เที่ยวตามหาอดีตยุวชนทหาร ที่เคยเป็นศิษย์ได้อีกหลายคน มีนายเทพไท ใจสมคม เป็นหัวหน้า ได้ติดต่อขอความสนับสนุน จากผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ผู้บังคับการจังหวัดทหารบกชุมพร หัวหน้าสำนักงานทหารผ่านศึกจังหวัดชุมพร รวบรวมเงินได้ ๒๑๔,๒๕๙ บาท แขวงการทางชุมพร อนุญาตให้ใช้สถานที่ ในรัศมีถนนริมสะพานท่านางสังข์ กรมศิลปากรอนุญาตให้สร้าง รูปยุวชนทหาร กับอาวุธประจำกาย ในท่าเฉียงอาวุธ ยืนอยู่บนแท่น สร้างแล้วเสร็จเมื่อวันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๒๔ แล้วทำหนังสือ มอบให้เป็นสมบัติ ของจังหวัดชุมพร จังหวัดได้จัดใหมีพิธี วางพวงมาลา ในวันที่ ๘ ธันวาคม ของทุกปี

ภาพวาด ยุวชนทหารทำการสู้รบอย่างหนักหน่วง ต่อต้านทหารญี่ปุ่น ที่สะพานท่านางสังข์ ตำบลท่ายาง อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร

 

ในปี พ.ศ.๒๕๒๗ ร.ท.สำราญ ควรพันธ์ และทายาทของพันโท ถวิล นิยมแสน มอบให้ผู้อำนวยการ โรงเรียนศรียาภัย ขอให้จังหวัดทำพิธีเปิดอนุสาวรีย์ แต่ผู้ว่าราชการจังหวัด ทักท้วงว่า รูปปั้นและแท่นเล็ก ไม่สง่างาม พอที่จะเชิญผู้ใหญ่ในบ้านเมือง มาทำพิธีเปิดได้ ขอให้อดีตยุวชนทหารและศิษย์เก่า โรงเรียนศรียาภัย ช่วยปรับปรุงรูปปั้นและฐาน ให้ใหญ่ขึ้นและสง่างาม กว่าเดิมเสียก่อน ผู้อำนวยการโรงเรียนศรียาภัย (สนั่น ชุมวรฐานยี) ชักชวนอดีตยุวชนทหาร และศิษย์เก่าโรงเรียนศรียาภัย หลายรุ่นให้ช่วยกันหาเงินปรับปรุง อนุสาวรีย์

กรรมการเหล่านั้น ประกอบด้วย

๑. นายสนั่น ชุมวรฐายี

๒. นายเทพไท ใจสมคม

๓. ร.ท.สำราญ ควรพันธ์

๔. พ.อ.ทวีวัฒน์ วงศ์สวัสดิ์

๕. นายวุฒินัย ชุมวรฐายี

๖. นายปรีติ วงศ์สวัสดิ์

๗. พ.ท.ประศาสน์ บุรินทร์วัฒนา

๘. พ.ท.ไพโรจน์ นาคฉัตริย์

๙. พ.อ.(พิเศษ) อรรณพ ชุมวรฐายี

๑๐.นายสมปอง ชุมวรฐายี

๑๑. นายกวี ไพรัชเวส

๑๒. พล.ต.ต.สงัด โรจนภิรมย์

๑๓. พล.ต.ต.มนัส ครุฑไชยันต์

๑๔. นายนิคม ปราชญ์นคร

๑๕. นายไสว สมบัติพิบูลย์

๑๖. นายไพฑูรย์ ธรรมวุฒิ

กรรมการชุดนี้หาเงินกันได้ ๒๗๕,๐๐๐.-บาท จ้างช่างปฏิมากรรม ร.อ.นพดล สุวรรณสมบัติ ปั้นรูปยุวชนทหาร ขนาดเท่าครึ่งคนจริง ยืนแท่นถืออาวุธประจำกายในท่าแทงปืน (คือรูปปัจจุบัน) ขยายแท่นให้กว้างกว่าเดิม ติดโคมไฟฟ้า ๔ ดวง ๔ มุม

ต่อมาในต้นปี ๒๕๓๒ พลตรี ทวีวิทย์ นิยมแสน บุตรชายของ พันโท ถวิล นิยมแสน บริจาคเงิน ให้จังหวัดชุมพร ๓๐๐,๐๐๐.-บาท เพื่อจัดซื้อที่ดิน ด้านตะวันออกของอนุสาวรีย์ ขยายบริเวณออกไป ให้ถึงริมท่าน้ำ แต่เจ้าของที่ดินไม่ยอมขาย จึงเปลี่ยนเป็นใช้เงินจำนวนนี้ ขยายฐาน ปรับปรุงพื้นที่ให้ดียิ่งขึ้น ได้ให้กรมยุทธศึกษาทหารบก ออกแบบฐานอนุสาวรีย์ เริ่มสร้างฐานใหม่ เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๓๒ ในปีนั้น เกิดขัดข้องด้วยภัยธรรมชาติ คือ พายุใต้ฝุ่นและน้ำท่วม การก่อสร้างล่าช้า เพิ่งแล้วเสร็จ เมื่อเดือนกันยายน ๒๕๓๓ นอกจากนี้ ร.ท.สำราญ ควรพันธ์ กับ พ.อ.สุเทพ ควรพันธ์ ได้สร้างศาลาที่พักริมทาง ไว้อีกหลังหนึ่งด้วย

ครั้นอนุสาวรีย์สร้างเสร็จสมบูรณ์ ตามรูปแบบ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ( นายกนก ยะสารวรรณ) ให้หน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ถมและปรับพื้นที่รอบๆ อนุสาวรีย์ ตัดถนน ปลูกดอกไม้ และปลูกต้นไม้ในบริเวณ เพื่อทำพิธีเปิด ในวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๓๓

อนุสรณ์สถานของผู้กล้าหาญ ทั้งหลายมีมูลที่มา ดังพรรณนามาโดยสังเขปแล้วนี้

เพื่อระลึกถึงวีรกรรม ของยุวชนทหาร ที่ได้เข้าร่วมกับทหารกองประจำการ ตำรวจและประชาชน ทำการสู้รบ ต่อต้านทหารญี่ปุ่น ซึ่งยกพลขึ้นบก ตามจังหวัดชายทะเลของไทย เมื่อ ๘ ธันวาคม ๒๔๘๔ วันดังกล่าวของทุกปี จึงได้รับการยกย่องเป็น วันยุวชนทหาร กองทัพบกเล็งเห็นว่า นักศึกษาวิชาทหาร ซึ่งพัฒนามาจาก ยุวชนทหารในอดีต ได้รับการฝึกและภารกิจเดียวกันคือ เป็นกำลังสำรอง ของประเทศ สนับสนุนกำลังประจำการ ในยามบ้านเมืองคับขัน จึงอนุมัติให้ วันที่ ๘ ธันวาคม ของทุกปีเป็น วันนักศึกษาวิชาทหาร และให้กระทำพิธี ชุมนุมสวนสนามนักศึกษาวิชาทหาร ประจำปี ในวันที่ ๘ ธันวาคม พร้อมกันทั่วประเทศ

 

แหล่งข้อมูล: website กรมการรักษาดินแดน http://www.rta.mi.th/nst/

Hit Counter

 


  
 
About us Copyright ฉ 2000 Chumporn.com All Rights Reserved. Contact us